สำหรับผู้ที่ไม่เคยเซตบอทมาก่อน ให้อ่านในส่วนนี้และเซตตามไปทีละขั้นตอน ซึ่งค่าส่วนใหญ่ในโฟลเดอร์ default ก็จะถูกเซตมาไว้แล้ว เพียงแต่เราเข้าไปเพิ่มเติมและเช็คให้ตรงกับตัวละครของเรา
ให้ทำการ copy โฟลเดอร์ default ขึ้นมาและตั้งชื่อใหม่ตามที่ต้องการ ซึ่งควรจะเป็นชื่อของอาชีพของตัวละครและล็อคแม็พ เพื่อง่ายต่อการจำ
จากที่ได้กล่าวไปในหัวข้อ Getting Started ในการเข้าสู่ตัวละครนั้น สามารถพิมพ์ลงไปได้เมื่อทำการรันบอทครั้งแรก และค่าทั้งหมดก็จะถูกบันทึกเก็บไว้ในไฟล์ config.txt เมื่อทำการรันครั้งต่อไปก็ไม่จำเป็นต้องมาใส่อีก key ในส่วนนี้จะประกอบด้วย
เปิดไฟล์ config.txt และไปที่บรรทัดที่มี key ดังนี้
master 0 <--ลำดับของ Account server 1 <--ลำดับของ Server username aaaaaa <--ไอดีเกมที่ลงทะเบียนไว้ password bbbbbb <--พาสเวิร์ดของไอดีเกม char 3 <--ลำดับตัวละคร (0-5)
Note. ในเบื้องต้นอาจจะลองรันดูก่อนว่า สามารถเข้าสู่เกมได้หรือไม่
1. การกำหนดล็อคแม็พที่จะให้ตัวละครจะเก็บเลเวล อาจจะเอาตัวละครไปทิ้งไว้ที่แม็พก่อนในครั้งแรก โดยให้เปิดไฟล์ config.txt แล้วหา key ที่ชื่อว่า lockMap
<key>วรรค<value>วรรค{
<attribute>วรรค<value> |
lockMap ใส่ชื่อล็อคแม็พ {
warpTo
randx
randy
timeout 0}
Note. ชื่อของ lockMap สามารถดูได้ด้วยคำสั่ง /where ภายในเกม โดยให้ใส่ชื่อที่เป็นตัวอักษรเล็กทั้งหมด
2. การกำหนดจุดเซฟเพื่อที่ตัวละครสามารถกลับมายังเมืองที่ได้เซฟไว้ได้ เมื่อเกิดเงื่อนไขต่างๆ เช่น น้ำหนักเกินกำหนด ตาย หรือไอเท็มที่นำไปหมด โดยให้เปิดไฟล์ intown_control.txt แล้วหา key ตามรายการดังต่อไปนี้
saveMap morocc <--ใส่ชื่อเมืองที่ตัวละครนั้นเซฟอยู่แล้ว หากพิมพ์ผิดหรือใส่ชื่อเมืองไม่ตรงกับที่ตัวละครได้เซฟไว้ ก็จะไม่สามารถกลับไปยังจุดเซฟได้
saveMap_warpToBuyOrSell 1<--เปิดระบบการวาร์ปกลับเมือง ทั้งนี้ต้องมีสกิล Teleport เลเวล 1 ขึ้นไป อันเกิดจากการใส่คลิปเทเลพอร์ต หรือเป็นอาชีพสายอโคที่มีสกิลอยู่แล้ว หรือมี Butterfly Wing ติดตัว
Note ทำการทดสอบจะเกิดผลดังนี้
การโจมตีมอนสเตอร์ สามารถทำได้ 3 ลักษณะ คือ การโจมตีแบบไม่ใช้สกิล การโจมตีแบบใช้สกิล และการโจมตีแบบใช้และไม่ใช้สกิลผสมกัน แต่ก่อนจะไปโจมตีมอนสเตอร์ได้นั้น เราก็จำเป็นต้องระบุชื่อของมอนสเตอร์ที่ต้องการโจมตีก่อน รวมถึงมอนสเตอร์ที่เราต้องหนีมัน โดยให้เปิดไฟล์ mon_control.txt และเซตแบบนี้ก่อน
all 1 <--หมายถึง ตัวละครนั้นจะทำการโจมตีมอนสเตอร์ทุกตัวที่อยู่ในล็อคแม็บ ซึ่งแน่นอนว่ามันจะโจมตีทุกตัวไม่ว่าจะสู้ไม่ได้ก็ตาม แต่มันจะไปผูกกับเงื่อนไขการเทเลพอร์ดหนีใน plus_control.txt ที่ทำให้บอทไม่ตาย
1. การโจมตีแบบไม่ใช้สกิล ให้เปิดไฟล์ config.txt และค้นหา key ตามรายการ ดั่งนี้
attackAuto 2 <-- โจมตีมอนสเตอร์ก่อน ถ้าเป็น 1 จะโจมตีเฉพาะตัวที่โจมตีเราก่อน
attackAuto_inLockOnly 1 <--0 คือ จะโจมตีมอนสเตอร์ที่อยู่ใน mon_control.txt ในทุกๆ แม็พที่บอทอยู่หรือเดินผ่าน ถ้าเป็น 1 จะโจมตีเฉพาะในล็อคแม็พ
attackUseWeapon 1 <--1 คือ การโจมตีด้วยอาวุธ
attackDistance 3 <-- ระยะห่างจากมอนสเตอร์ในการโจมตี แต่ถ้าตัวละครเป็นนักธนูก็ต้องเปลี่ยนเป็น 15
attackKillsteal 0 <--ถ้าเป็น 1 จะไปโจมตีตัวที่คนอื่นกำลังโจมตีอยู่ด้วย หรือแจมนั่นเอง หากไม่อยู่ในแม็พที่จำเป็นจริงๆ ไม่ต้องแจมจะดีที่สุด เพราะอาจจะโดนแบนเนื่องจากไปแจมผู้เล่นคนอื่นที่ไม่ใช่บอท
2. การโจมตีแบบใช้สกิล
2.1 ให้ทำการเซตเหมือนข้อ 1 ทุกประการ ยกเว้น key ดังต่อไปนี้
attackUseWeapon 0 <--การโจมตีโดยใช้สกิลอย่างเดียว
attackDistance 15 <-- ระยะห่างจากมอนสเตอร์ในการโจมตี ตรงนี้ตั้งไว้สูงสุดได้เลย เพราะบอทจะไปอ่านค่าในการเซตสกิลโจมตีแทน2.2 เซตสกิลโจมตี เปิดไฟล์ skill_control.txt แล้วหา key ที่ชื่อว่า attackSkillSlot ซึ่งจะประกอบด้วย attribute ย่อยลงไปเพื่อเป็นเงื่อนไขในการใช้สกิล ว่าจะให้ใช้เมื่อไหร่ อย่างไร
attackSkillSlot Double Strafe { <--ใส่ชื่อสกิลที่ตัวละครมีและต้องการใช้
smartEquip
magicScroll
dist 15 <--ระยะห่างในการโจมตีจากตัวละครถึงมอนสเตอร์
lvl 10 <- -เลเวลของสกิลที่จะใช้
hp_lower 0
hp_upper 100
maxAggressives 0
minAggressives 0
maxCastTime 0.1 <--ความเร็วในการร่ายเวทย์
minCastTime 0
maxUses 0
sp_lower 0
sp_upper 100
spirits_lower 0
spirits_upper 0
stopWhenHit 0
stopWhenSteal 0
stopWhenTotalDmg 0
monsters Zombie Prisoner <--ใส่ชื่อมอนสเตอร์ เมื่อต้องการใช้สกิลนี้กับมอนสเตอร์ชื่อนี้เท่านั้น ถ้าไม่ได้ใส่ สกิลนี้จะถูกใช้โจมตีมอนสเตอร์ทุกตัวที่กำหนดไว้ให้โจมตีใน mon_control.txt
monRace
timeout 0
useSelf 0
monInStatus
monOutStatus
inStatus
outStatus
prevSkill
delayTime 0.1 }
3. การโจมตีแบบใช้สกิลและไม่ใช้สกิล ก็คือเอาข้อ 1 กับ 2 มารวมกัน
attackUseWeapon 1 <- -การโจมตีโดยใช้อาวุธ
attackDistance 15 <- -ระยะห่างในการโจมตี แล้วแต่อาชีพ 3,8,15
attackSkillSlot Double Strafe { <- -ใส่ชื่อสกิลที่อาชีพบอทมีและต้องการใช้
smartEquip
magicScroll
dist 15 <- -ระยะห่างในการโจมตี
lvl 10 <- -เลเวลของสกิลที่จะใช้
hp_lower 0
hp_upper 100
maxAggressives 0
minAggressives 0
maxCastTime 0.1 <- -ความเร็วในการร่ายเวทย์
minCastTime 0
maxUses 1 <- -ตรงนี้ถ้าระบุจำนวนครั้งในการใช้สกิล เมื่อมอนสเตอร์ไม่ตายด้วยสกิล บอทก็จะทำการโจมตีแบบไม่ใช้สกิล จากตัวอย่างนี้ก็จะทำการดับเบิ้ล 1 ครั้งแล้วยิงต่อ
sp_lower 0
sp_upper 100
spirits_lower 0
spirits_upper 0
stopWhenHit 0
stopWhenSteal 0
stopWhenTotalDmg 0
monsters Zombie Prisoner <- -ใส่ชื่อมอนสเตอร์ เมื่อต้องการใช้สกิลนี้กับมอนสเตอร์ชื่อนี้เท่านั้น ส่วนที่ไม่ได้กำหนดในการใช้สกิล บอทก็จะโจมตีแบบไม่ใช้สกิล
monRace
timeout 0
useSelf 0
monInStatus
monOutStatus
inStatus
outStatus
prevSkill
delayTime 0.1
}
การเทเลพอร์ตสำหรับโปรแกรม ThaiKoreEx นั้นจะไม่มีการใช้ sp แต่อย่างใด จะใช้ในลักษณะแตกต่างกันออกไปดังนี้
1. การเทเลพอร์ตเพื่อไปยังล็อคแม็พ โดยจะหยุดเทเลพอร์ตก็ต่อเมื่ออยู่ห่างจาก portal หรือจุดวาปไปยังแม็บต่อไปเป็นระยะกี่ช่อง สามารถกำหนดการใช้งานได้ที่ config.txt โดยค้นหา key ตามรายการดังต่อไปนี้
teleRoute 1 <---1 คือการเปิดการใช้งาน
teleRouteDist 150 <--ตัวเลขนี้คือระยะห่างระหว่างตัวละครกับ portal ที่จะสั่งให้ตัวละครหยุดเทเลพอร์ตและเดินต่อไปเพื่อข้ามไปยังแม็บต่อไป
2. การเทเลพอร์ตเมื่อเจอเหตุการณ์ต่างๆ สามารถกำหนดได้ที่ plus_control.txt สำหรับ key ที่ใช้กำหนด มีดังนี้
teleportAuto_AtkMiss 12 <--เทเลพอร์ตเมื่อโจมตีพลาดเกินกว่าจำนวนกี่ครั้ง
teleportAuto_AtkCount 0 <--เทเลพอร์ตเมื่อโจมตีไปแล้วเป็นจำนวนกี่ครั้ง
teleportAuto_deadly 1 <--เทเลพอร์ตเมื่อตรวจสอบได้ว่า เมื่อถูกโจมตีแล้วอาจทำให้ตายได้
teleportAuto_hp 10 <--เทเลพอร์ตเมื่อ HP ต่ำกว่ากี่ %
teleportAuto_sp 10 <--เทเลพอร์ตเมื่อ SP ต่ำกว่ากี่ %
teleportAuto_idle 1 <--1 = เปิดใช้งานเทเลพอร์ตเมื่อตัวละครยืนนิ่งนานกว่ากี่วินาที ต้องเซตที่ timeout.txt ปกติตั้งไว้ที่ 12 วินาที
teleportAuto_maxDmg 500 <--เทเลพอร์ตเมื่อถูกโจมตีค่า damage เกินกว่าค่านี้ในแม็พทั่วไป
teleportAuto_maxDmgInLock 1 <--เทเลพอร์ตเมื่อถูกโจมตีค่า damage เกินกว่าค่าในนี้ล็อคแม็พ
teleportAuto_minAggressives 3 <--เทเลพอร์ตเมื่อถูกรุมโจมตีเกินกว่ากี่ตัวในแม็พทั่วไป
teleportAuto_minAggressivesInLock 3 <--เทเลพอร์ตเมื่อถูกรุมโจมตีเกินกว่ากี่ตัวในล็อคแม็พ
teleportAuto_onlyWhenSafe 0 <--1 = เมื่อเกิดเงื่อนใขของการเทเลพอร์ท หากในบริเวณนั้นมีผู้เล่นคนอื่นอยู่ จะไม่ทำการเทเลพอร์ท
teleportAuto_portal 0 <-- เทเลพอร์ตเมื่อพบ portal ในระยะกี่ช่อง จะทำงานเฉพาะในล็อคแม็พเท่านั้น
teleportAuto_search 1 <--เทเลพอร์ตเพื่อค้นหามอนสเตอร์ที่กำหนดไว้ใน mon_control.txt
teleportAuto_dist 5 <--เทเลพอร์ตเมื่อมอนสเตอร์ที่กำหนด <เทเลพอร์ต> ใน mon_control.txt เป็น 4 อยู่ห่างน้อยกว่ากี่ช่อง
teleportAuto_minAgNotorious 3 <--เทเลพอร์ตเมื่อถูกมอนสเตอร์ที่กำหนด <เทเลพอร์ต> ใน mon_control.txt เป็น 5 รุมมากกว่ากี่ตัว
teleportAuto_minAgWithAgNM 3 <--เทเลพอร์ตเมื่อถูกรุมมากกว่ากี่ตัว ฟังชั่นนี้จะทำงานก็ต่อเมื่อมีมอนสเตอร์ที่กำหนด <เทเลพอร์ต> ใน mon_control.txt เป็น 5 เข้ามาร่วมโจมตี
teleportAuto_useItem 0 <--1 = เปิดใช้งานการใช้ไอเท็ม Fly Wing ในการเทเลพอร์ต
teleportAuto_attackedWhenSitting 1 <--1 = เปิดใช้งานเทเลพอร์ตเมื่อถูกโจมตีขณะที่นั่งอยู่
teleportAuto_ban 1 <--1 = หากตัวละครถูกแบนจาก GM (ป้ายแดง) ให้ทำการเทเลพอร์ทตามปรกติ *ในการเล่นปรกติ หากโดนป้ายแดง ตัวละครจะไม่สามารถเทเลพอร์ทได้
teleportAuto_param1 1 <--1 = หากตัวละครอยู่ในสภาวะ Petrified, Frozen, Stunned, Sleeping, Petrifying ให้ทำการเทเลพอร์ทตามปรกติ *ในการเล่นปรกติ หากตัวละครอยู่ในสภาวะเหล่านี้จะไม่สามารถเทเลพอร์ทได้
teleportAuto_MonsterInSign 20<--เทเลพอร์ท เมื่อมอนสเตอร์ในหน้าจอมีมากกว่ากี่ตัว
teleportAuto_HealOnAtkTarget 1000 <--เทเลพอร์ท หากมอนสเตอร์ที่กำลังโจมตีอยู่ได้รับการฟื้นฟู HP มากกว่าเท่าไหร่
3. การเทเลพอร์ตที่เกี่ยวข้องกับการเซต mon_control.txt โดยให้เปิดไฟล์ mon_control.txt เพื่อเซตว่าจะเทเลพอร์ตในลักษณะใด
<ชื่อมอนสเตอร์> <โจมตี> <เทเลพอร์ต> <เทเลพอร์ตหา> <หลบหลีกสกิล> <โจมตีก่อนก่อนตัวอื่น> <เทเลพอร์ทหลบความเสียหาย> <สวนกลับการโจมตี>
ตำแหน่งของการเทเลพอร์ตอยู่ในตำแหน่งที่ 3 ซึ่งจะมีตัวเลขแทนค่าดังนี้
1 = เทเลพอร์ตทันทีที่บอทมองเห็นมอนสเตอร์ตัวนี้
2 = เทเลพอร์ตเมื่อมอนสเตอร์ตัวนี้เข้ามาโจมตี
3 = เทเลพอร์ตเมื่อมอนสเตอร์ตัวนี้เข้ามาโจมตี แต่ในขณะนั้นบอทต้องไม่ได้โจมตีมอนสเตอร์อะไรอยู่
4 = เทเลพอร์ท เมื่อมอนสเตอร์ตัวนี้อยู่ในระยะที่เซตไว้ใน teleportAuto_dist
5 = เทเลพอร์ท เมื่อมอนสเตอร์ตัวนี้เข้ามาโจมตี กำหนดรายละเอียดได้ไน plus_control.txt ส่วนteleportAuto_minAgNotorious
teleportAuto_minAgWithAgNMตัวอย่างเช่น all 1 2 <- -ตอนนี้มันจะหนีเฉพาะตัวที่มาโจมตีบอทเท่านั้น
การหยิบไอเท็มออกมาจากคาฟร่า เพื่อไว้ในตัวละคร สำหรับช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับตัวละคร ไม่ว่าเป็นอาวุธ โพชั่นต่างๆ อุปกรณ์สวมใส่ ลูกธนู เป็นต้น สามารถทำได้โดยเปิดไฟล์ intown_control.txt แล้วค้นหา key ดังนี้
storageAuto 1 <--ใส่ 1 เพื่อเปิดใช้งาน
storageAuto_npc auto morocc 160 258 <--ใส่พิกัดของ npc คาฟร่า ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นคาฟร่าตัวเดียวกับจุดเซฟ โดยหาตำแหน่งได้ในโฟลเดอร์ tables/npc.txt
storageAuto_npc_steps c r1 n
Note ตำแหน่งของ npc ไม่ควรใส่เป็นหมายเลขประจำตัว เพราะจะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ให้ระบุเป็นพิกัด
getAuto Awakening Potion { <-- -ใส่ชื่อไอเท็มที่ต้องการหยิบ
minAmount 0 <- -จำนวนที่จะกลับมาเอา
maxAmount 10 <- -จำนวนที่จะหยิบไป รวมในตัวด้วยแล้ว
passive 0 <- -1 = เมื่อไอเท็มนี้ในตัวหมด จะรอให้ไอเท็มอื่นหมดก่อนแล้วจึงจะกลับไปเอา ปกติจะตั้งเป็น 0
}getAuto Butterfly Wing { <- -ใส่ชื่อไอเท็มอื่นๆ ที่ต้องการพร้อมจำนวน โดยเพิ่มชุดคำสั่งใหม่ หากต้องการไอเท็มอื่นๆ เพิ่ม
minAmount 0
maxAmount 1
passive 0
}getAuto_peace 0 <--1 = เปิดใช้งานการรอให้เกิดเงื่อนใขอื่นก่อน ถึงจะกลับมาเอา อย่างเช่น เกิดเงื่อนใขการซื้อของ ขายของ
Note เราสามารถเพิ่มไอเท็มที่ต้องการพกติดตัวไปอีกได้ โดยการเพิ่มชุดคำสั่งเข้าไป ทั้งนี้ต้องดูน้ำหนักรวมที่ตัวละครสามารถพกพาได้ด้วย
การเก็บไอเท็มเข้าคาฟร่านั้น จะเก็บเมื่อน้ำหนักเกิน หรือเก็บเมื่อมีการกลับมาหยิบของออกไปรอบใหม่ โดยจะพิจารณาจาก key ดังนี้
1. เปิดไฟล์ control.txt ค้นหา key ดังนี้
itemsTakeAuto 2 <--เก็บไอเท็มเมื่อมอนสเตอร์ที่โจมตีตายลง
itemsGatherAuto 2 <--เก็บไอเท็มอื่นๆ ที่ตกอยู่ โดยไม่สนใจว่าใครโจมตีก็ตาม (ลูทนั่นเอง) เหมาะสำหรับบอทที่เซตเก็บของขาย
itemsMaxWeight 50 <- -เมื่อน้ำหนักกี่ % ก็จะกลับไปเก็บของยังคาฟร่าที่กำหนดไว้
2. เปิดไฟล์ pickupitems.txt และเซตดังนี้
<ชื่อitem> <วิธีเก็บ> <เก็บกี่ชิ้น>
all 1 <--1 = เก็บ, 0 = ไม่เก็บ
Note ถ้าหากต้องการให้เก็บเฉพาะบางชิ้น ก็ให้ใส่ชื่อไอเท็มชิ้นนั้น ตามด้วย 1 ซึ่งมีวิธีการเก็บหลายแบบ เช่น เก็บของทั้งแม็บแต่จะไม่เก็บไอเท็มชื่อนี้ หรือ เก็บบางชิ้นและระบุจำนวน เพื่อจะกลับไปขายให้ได้เงินพอซื้อไอเท็ม ต้องอ่านคู่มือเพิ่มเติม
3. เปิดไฟล์ items_control.txt และเซตดังนี้
<ชื่อitem> <จำนวนที่จะเก็บไว้กับตัว> <เก็บเข้าคาฟรา> <ขาย> <เอาจากรถเข็นใส่คาฟรา>
all 0 1 0 <-- หมายถึง ไอเท็มทุกชิ้นที่อยู่ในตัวที่ไม่ได้ติดตั้งจะถูกเก็บเข้าคาฟร่า
แต่ถ้าหากต้องการให้ไม่เก็บไอเท็มที่เราหยิบออกจากคาฟร่ามาแล้วไปด้วยให้เซตเพิ่มดังนี้
Awakening Potion 10 0 0
Butterfly Wing 1 0 0
Silver Arrow 2500 0 0บอทก็จะไม่เก็บเข้าคาฟร่า และจะหยิบออกมาเพิ่มรวมกับที่มีในตัวให้ครบตามจำนวนที่ตั้งไว้ให้เบิก
Note การเซตในส่วน items_control.txt สำหรับขายไอเท็ม สำคัญมาก ต้องตรวจสอบให้แน่ชัดว่าจะขายทั้งหมดหรือขายบางชิ้น เช่นถ้าขายทั้งหมด ก็ต้องใส่ชื่อของไอเท็มที่ไม่ต้องการขายด้วย เพราะถ้าพลาดไอเท็มที่พกติดตัวไป ไม่ว่าจะเป็นอาวุธ โพชั่น ก็จะถูกขายให้ npc ไป ดังนั้นไอเท็มที่เซตให้หยิบจากคาฟร่า ควรนำมาใส่ไว้ในนี้ด้วย
การใช้ไอเท็มช่วยให้ตัวละครสามารถเก็บเลเวลได้เต็มที่ โดยต้องเซตให้หยิบไอเท็มจากคาฟร่ามาก่อนในขั้นตอนก่อนหน้านี้
จากนั้นให้เปิดไฟล์ config.txt เพื่อเซตให้บอทใช้ไอเท็มที่นำมา โดยให้ค้นหา key ดังต่อไปนี้
Note การกำหนดเงื่อนไขต้องดูตามคุณสมบัติของไอเท็มนั้นๆ ว่าใช้เพื่ออะไร จะได้กำหนดได้ถูกต้อง
useSelf_item Meat,Apple,Banana,Sweet Potato,Potato,Carrot,Red Potion,Orange Potion,Yellow Potion,White Potion { <- -ใส่ชื่อไอเท็มที่เอามาหรือเก็บจากแม็พที่เก็บเลเวล
hp_lower 0
hp_upper 70 <- -ไอเท็มนี้สำหรับเพิ่ม hp ดังนั้นต้องเซตให้ใช้เมื่อ hp ต่ำกว่ากี่ % ถ้าเผลอใส่เป็น 100 บอทก็จะกินแหลกเลย
maxAggressives 0
minAggressives 0
sp_lower 0
sp_upper 100
stopWhenHit 0
inLockOnly 0
repeat 2 <- -เมื่อ hp ต่ำกว่าที่กำหนด จะใช้กี่ขวดต่อครั้ง ก็ใส่จำนวนเข้าไป
timeout 0
inStatus 0
outStatus 0
checkSupplyFirst 0
}useSelf_item Awakeing Potion { <- -ไอเท็มเพิ่ม aspd ที่มีระยะเวลา
hp_lower 0
hp_upper 100
maxAggressives 0
minAggressives 0
sp_lower 0
sp_upper 100
stopWhenHit 0
inLockOnly 1<- -ใช้เฉพาะในล็อคแม็พเท่านั้น
repeat 0
timeout 0
inStatus 0
outStatus Awakening Potion <- -เนื่องจากเป็นไอเท็มทีมีระยะเวลาใช้งาน เวลาใช้ก็จะมีชื่อสถานะกำกับ เมื่อระยะเวลาของการใช้ไอเท็มนี้หมดไป ก็จะทำการเรียกใช้อีกครั้ง
checkSupplyFirst 0
}useSelf_item Green Potion { <--ไอเท็มเพื่อแก้สถานะผิดปกติ
hp_lower 0
hp_upper 100
maxAggressives 0
minAggressives 0
sp_lower 0
sp_upper 100
stopWhenHit 0
inLockOnly 0
repeat 0
timeout 0
inStatus Poisoned <--สถานะผิดปกติที่ต้องการแก้เช่น Poisoned
outStatus 0
checkSupplyFirst 0
}useSelf_item Royal Jelly,Honey,Blue Potion { <--ไอเท็มใช้เพื่อเพิ่ม SP
hp_lower 0
hp_upper 100
maxAggressives 0
minAggressives 0
sp_lower 0
sp_upper 15 <--ใช้ไอเท็มนี้เมื่อ SP ต่ำกว่า 15%
stopWhenHit 0
inLockOnly 1
repeat 0
timeout 0
inStatus 0
outStatus 0
checkSupplyFirst 0
}
การใช้สกิลกับตัวเอง เพิ่มความสามารถในการโจมตี หรือเพื่อป้องกันตัว สามารถเซตได้ในไฟล์ skill_control.txt และค้นหา key ดังต่อไปนี้
Note การใช้สกิลกับตัวเอง ต้องกำหนดเงื่อนไขให้ตรงกับสกิล ทั้งที่เป็นของอาชีพนั้น หรือสกิลที่เกิดจากการใส่เครื่องประดับ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสกิลที่มีระยะเวลาการใช้งาน
useSelf_skill Heal { <--สกิลนี้ ใช้สำหรับเพิ่ม HP ให้กับตัวละคร
smartEquip Healling Clip[1] <--ถ้าไม่มีสกิลก็สามารถใส่ชื่อเครื่องประดับใส่การ์ดที่มีความสามารถของสกิลตรงนี้
hp_lower 0
hp_upper 80 <--อย่างสกิล Heal ก็เป็นการเพิ่ม hp ก็ต้องกำหนดให้ใช้เมื่อ hp ต่ำกว่ากี่ %
inLockOnly 0
lvl 10 <- -เลเวลของสกิลที่ใช้
maxAggressives 0
minAggressives 0
maxCastTime 10
minCastTime 0
sp_lower 0
sp_upper 100
spirits_lower 0
spirits_upper 0
stopWhenHit 1 <--1 = บอทจะหยุดชะงักการใช้สกิลนี้ เมื่อโดนโจมตีจากมอนสเตอร์ ถ้าเป็นสกิลที่จำเป็นในความต่อเนื่องให้เซตเป็น 0
timeout 0
inStatus 0
outStatus 0
whileSitting 0
notWhileSitting 0
waitAfterKill 0
whenAI
notWhenAI
}useSelf_skill Increase AGI { <--สกิลนี้เงื่อนไขก็คือระยะเวลา ก็จะต้องเช็คที่สถานะ สกิลใดที่มีระยะเวลาถ้าไม่ใส่สถานะ ก็จะใช้รัว
smartEquip
hp_lower 0
hp_upper 100
inLockOnly 1
lvl 10 <--เลเวลของสกิลที่ใช้
maxAggressives 0
minAggressives 0
maxCastTime 10
minCastTime 0
sp_lower 0
sp_upper 100
spirits_lower 0
spirits_upper 0
stopWhenHit 0
timeout 0
inStatus 0
outStatus Increase AGI <--เป็นสกิลที่มีระยะเวลาใช้งาน จะต้องชื่อสกิลที่กำลังติดตัวอยู่ เมื่อระยะเวลาการใช้งานสกิลหมดไป สกิลนี้จะถูกเรียกใช้อีก
whileSitting 0
notWhileSitting 0
waitAfterKill 0
whenAI
notWhenAI
}
Note การใช้งานสกิลสำหรับตัวเองหลักๆ ที่สำคัญจะมีอยู่ 2 จุดคือ ชื่อสกิลที่เป็นค่า value ในบรรทัด useSelf_Skill กับบรรทัด outStatus ต้องเหมือนกัน
ให้ศึกษาจากคู่มือนี้และหาข้อมูลจากฟอรั่มในเว็บ thaikore.com เพิ่มเติม เพื่อที่จะสามารถเซตในระดับสูงมากขึ้นได้